ช่วงนี้ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านบล็อกของคนอื่น ๆ เล่น
และก็ได้พบบล็อกของคนที่เคยรู้จักกันมาตั้งแต่อยู่สมัย RO Cool Fiction
ทั้งพี่แอนด้า พี่อิม พี่ตั้ม
เลยได้นั่งอ่านบล็อกที่เขาเขียนไว้
นั่ง ๆ อ่านไป...ก็ได้รู้สึกถึงบางอย่าง...
...รู้สึกได้ถึงความห่างเหิน
เหมือนกับเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน...
.
สำหรับเรา ความทรงจำสมัยที่อยู่ RO Cool Fiction เป็นอะไรที่สวยงาม
เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเรา
จุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักคนอื่น ๆ จากทั่วทุกแห่ง
คนที่มีนิสัย ความชอบ และชีวิตที่แตกต่างไปจากเรา
เป็นโลกที่มีความหลากหลายรวมกัน
เป็นที่ ๆ มีความทรงจำและเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
สำหรับเรา ที่แห่งนั้นเป็นเหมือนกล่องใบหนึ่ง
ที่เก็บทุก ๆ สิ่งไว้
ทั้งความเป็นเพื่อน ความสนุก ความเศร้า ความเหงา ความโกรธ และความรัก
เรื่องราวต่าง ๆ ถูกเก็บไว้ในนี้
และเป็นที่ ๆ เราคิดถึงมากที่สุด
ถึงแม้ว่าตอนนี้ ที่ ๆ เดิมนั้นจะหายไปแล้วก็ตาม
แต่เพื่อนคนเก่า ๆ ก็ยังคงอยู่ ถึงแม้บางคนก็จะลาจากไป เหมือนกับที่เราทำ
พอเราย้อนกลับไป กลับไปเยี่ยมเยียนคนเก่า ๆ ที่เคยรู้จัก
...เหมือนกับเขาอยู่อีกโลกหนึ่ง
โลกที่มีคนใหม่ ๆ เรื่องใหม่ ๆ เหตุการณ์ใหม่ ๆ
และเป็นโลกที่เราเข้าไปไม่ได้...
.
ทำได้แค่เพียงเยี่ยมเยียน มองอยู่ห่าง ๆ และจากมา...
พร้อมกับความรู้สึกว่า เราไม่สามารถกลับไปยังที่แห่งนั้นได้แล้ว
เหมือนกับถูกกำแพงปิดกั้นทางไว้
เหมือนกับมองเห็นประตู แต่ก็ไม่กล้าเข้าไป
...ไม่ใช่เพราะที่แห่งนั้นปฏิเสธและปิดกั้นไม่ให้เข้าไป
แต่เป็นเราที่กั้นกำแพงไว้ และปฏิเสธที่จะเข้าไปเอง
พร้อมกับเดินจากมาโดยไม่คิดจะหันกลับไป
.
เป็นเราเองที่ไม่ยอมเข้าไป
และเป็นคนที่จากมาตั้งแต่ต้น
เดินออกห่างจากที่แห่งความทรงจำอันสวยงาม
และเดินออกห่างจากบุคคลเก่า ๆ ที่คุ้นเคย
ทำเป็นเหมือนไม่รู้จักกันอีกต่อไป...
.
พอได้มาอยู่ในที่แห่งใหม่ คือ Exteen แห่งนี้
ก็ได้พบกับคนใหม่ ๆ เรื่องราวใหม่ ๆ
ได้เข้าไปร่วมกับคนอื่น ๆ แลกเปลี่ยนและพูดคุยกัน
ได้เห็นโลกในมุมมองใหม่มากขึ้น
สำหรับเรา ใน Exteen แห่งนี้ เป็นสังคมที่รวบรวมสิ่งต่าง ๆ ไว้
บุคคลที่ต่างกันสุดขั้ว ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้
ถึงแม้จะมีความคิดแตกต่าง ใช้ชีวิตกันในคนละแบบ
แต่ก็มีเส้นใยบาง ๆ เชื่อมต่อกันไว้
.
นั่นเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
ส่วนหนึ่งของสถานที่ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
แต่เราก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่า ยังไม่สามารถเข้าไปยังโลกของใครได้
หลายครั้งได้แต่มองห่าง ๆ รับรู้ถึงความห่างระหว่างกัน
โลกแห่งนั้น โลกที่มีคนและเรื่องราวต่าง ๆ
เป็นโลกที่เข้าไปไม่ได้
เป็นโลกที่ยืนอยู่ได้เพียงแต่ผิวเผิน ไร้ซึ่งเส้นทางที่จะเดินเข้ามาด้านใน
...หรือความจริง เส้นทางนั้นมี ปรากฎอยู่และเดินเข้าไปได้
แต่เราปฏิเสธที่จะเดินเข้าไปเอง
.
บางครั้ง ถึงแม้คนที่รู้จักกันมาพอควร
เราก็รู้สึกไม่สามารถเข้าไปถึงด้านในได้
ทั้ง ๆ ที่โลกใบนั้น ยังเต็มไปด้วยบุคคลอื่น ๆ มากมาย
ที่สามารถพูดคุยและสร้างเรื่องราวต่าง ๆ ได้ไม่รู้จบ
แต่เรากลับยืนอยู่ภายนอก
มองเหตุการณ์นั้นโดยไม่พูดอะไร
ปล่อยให้โลกใบนั้นดำเนินต่อไปโดยไม่มีเราไปเกี่ยวข้อง
.
ไม่ใช่ว่าโลกใบนั้นปิดกั้นไม่ให้เข้าไป
แต่เป็นเราที่เดินหันหลังออกมา
ยืนอยู่ในที่ ๆ หนึ่งที่ไม่มีใครเข้ามาหา
ยืนอยู่ด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางความมืดและไร้ผู้คน
ทำตัวเหินห่างจากผู้อื่น ปฏิเสธที่จะพบและพูดคุยกับใคร
ก่อนจะนั่งลงเงียบ ๆ
สร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
กำแพงที่ไม่มีใครมองเข้ามาได้ แต่เราสามารถมองออกไปได้
เฝ้าดูเรื่องราวต่าง ๆ ของคนอื่นผ่านจากในกำแพง
มองและไม่พูดหรือทำอะไรออกมา
ได้เพียงแต่มอง และมองอยู่อย่างนั้น
.
เราปฏิเสธที่จะเข้าไปร่วมอยู่ในโลกกับเขา
ปฏิเสธที่จะสร้างสถานที่แห่งความทรงจำกับคนอื่น ๆ
นั่งอยู่ในโลกของตัวเอง โลกที่มืดมิด
สร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อใช้ปิดกั้นคนอื่น
เฝ้ามองสิ่งต่าง ๆ โดยไม่คิดจะเข้าไป
เป็นโลกที่ไม่มีใครเข้ามาได้
...และไม่มีใครอยากเข้ามา
.
ได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะมีใครสักคนเข้ามาข้างในได้
ทั้ง ๆ ที่ไม่ยอมทำลายกำแพงที่สร้างไว้
ได้แต่ปลอบคนอื่นและบอกว่าไม่ควรทำอย่างนั้น
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังทำไม่ได้
ได้แต่คิดว่าไม่มีใครต้องการให้เราเข้าไปอยู่ในโลกเดียวกัน
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ยอมเดินเข้าไป
.
ได้แต่นั่งเดียวดายท่ามกลางความมืดมิด
ทั้ง ๆ ที่ไม่คิดจะสร้างแสงสว่าง และชักชวนคนอื่นให้เข้ามา
เข้ามาในโลกของตัวเราเอง
.
ขออภัยค่ะ ขณะนี้เจ้าของบล็อกอยู่ในอารมณ์จิตตกเล็กน้อย
อีกสักพักจะกลับสู่สภาพปกติค่ะ
)