จริง ๆ หาทางจะอัพตั้งนานแล้วค่ะ แต่ดันไปเจอเรื่องอื่นทำให้ลืม ๆ ไปซะก่อน
คิดว่ายังไม่มีใครรู้แฮะ
เผอิญว่าแม่ของเราพึ่งได้ไปเกาหลีมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ
พอกลับมาก็ได้เอาเรื่องเล่าต่าง ๆ มาเล่าให้ฟัง
เราเห็นว่าพอมีประโยชน์บ้าง ก็เลยจะขอเอามาลงค่ะ
เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ควรรู้ไว้บ้างนะคะ
(แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงนะ ไม่มั่นใจเหมือนกัน)
.
1. คนเกาหลีพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
จะพูดได้แค่คนที่ทำงานสูง ๆ หรือเรียนสูง ๆ เท่านั้น
โดยปกติทั่วไป ชาวบ้านที่พบเจอทุกวันมักจะพูดไม่ได้ค่ะ
2. โดยมากเมืองในเกาหลีจะตั้งอยู่บริเวณเขา
จึงจะมีพื้นที่ต่างระดับเยอะกว่าเมืองไทยเป็นพิเศษ
ถ้าคิดจะเดิน เตรียมขาตัวเองให้พร้อมได้เลย
3. อาหารเกาหลีที่เคยเห็นว่ามีอย่างนู้นอย่างนี้
ไปถึงแล้ว อย่าหวังอะไรมากนะคะ
เพราะสำหรับที่นั่น เนื้อสัตว์มีราคาพอควร
ยิ่งเนื้อวัวกับปลาจะมีราคาแพงพิเศษ (วันไหนได้กินเนื้อวัวคือพิเศษจริง ๆ ค่ะ)
ถึงเนื้อหมูจะถูกกว่า แต่เวลาสั่งก็จะได้ไม่มาก
ส่วนมากเขาจะกินกิมจิ (ผักดอง) กันค่ะ
ร้านอาหารบางร้านไม่ให้เติมด้วยสิ
อันนี้คล้าย ๆ จิ้มจุ่มแฮะ มีเส้น หมู กุ้ง แล้วก็กิมจิ
แต่น้อยมาก ๆ กินไม่อิ่มหรอก
ของกินอีกแล้ว
อันนี้จะมีข้าว กิมจิ ซุป เส้น
เหมือนจะไม่มีเนื้อเลยแฮะ...
คนไทยกินแล้วไม่อิ่มสักที เหอ ๆ
4. อาหารทะเลที่มีเยอะที่สุดคือ หมึกค่ะ
ส่วนกุ้งก็จะมีแค่กุ้งฝอยเล็ก ๆ เท่านั้น
ปลา หอย ปู มีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าไร
รู้สึกว่าจะเป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ทะเล
แต่ทานสด ๆ นะ โดยผ่าครึ่งแล้วกินข้างใน
ไม่รู้ว่ารสชาติยังไง
แต่เห็นภาพแล้วก็ไม่กล้ากินเท่าไรแฮะ
หมึก!!! หนวดยาวสวยดีจัง
(ความรู้พิเศษ : ที่ไม่เรียกว่า 'ปลาหมึก' เพราะหมึกเป็นสัตว์ประเภทหอย ไม่ใช่ปลาค่ะ)
เวลาเคี้ยวจะกรึบ ๆ เพราะมันสดมาก
ไม่เคยกินหมึกสดเหมือนกันแฮะ
แต่ก็อยากกินนนน~~~
5. เนื่องจากที่เกาหลีปลูกผักได้แค่ 4 เดือน
อาหารผักส่วนมากที่จะพบคือ กิมจิเท่านั้น
(แต่ก็มีกิมจิหลายประเภทนะ)
สำหรับผักสด ถือว่าหาได้ลำบากพอควร ต้องอยู่ในฤดูเพาะปลูกเท่านั้นถึงจะหาได้
แต่ก็มีผักไม่หลากหลายประเภท ส่วนมากจะเป็นหัวผักกาด ถั่วงอก ประเภทนี้ค่ะ
ขนมคล้าย ๆ กาลอจี้ ราคาประมาณ 500 วอนต่อชิ้น (ประมาณ 16 บาท)
ไม่มีถุงใส่ให้ ใช้กระดาษหยิบเอา
ไส้ข้างในจะเป็นคล้าย ๆ ธัญพืช มีรสหวาน
เห็นว่าอร่อยดี (ไม่ได้กินแฮะ)
6. น้ำดื่มที่เกาหลีแพงมาก
ในโรงแรม ห้องสำหรับสองคน มักจะให้น้ำแค่หนึ่งขวด หรือไม่ให้เลย
ส่วนที่ร้านอาหาร เขาจะใส่น้ำในกระติกน้ำพลาสติกมาให้
บางทีเติมไม่ได้อีกต่างหาก
น้ำเปล่าในเซเว่น (มีเซเว่นด้วยแหละ) ราคาประมาณ 1300 วอน เทียบเงินไทยก็สี่สิบกว่าบาท
ส่วนน้ำแร่ราคาประมาณ 3000-4000 วอน แล้วแต่ชนิด
ราคาแพงหูฉี่ว่างั้นเถอะ
7. แต่ที่นั่นน้ำประปาสามารถดื่มได้
ก็ดื่มทดแทนไปก่อนแล้วกันค่ะ
8. ที่กดน้ำดื่ม ในเมืองไทยจะมีกรวยกระดาษให้ใช่ไหมคะ
สำหรับที่เกาหลี จะเป็นซองกระดาษสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ไม่เกินฝ่ามือ
แต่เปื่อยยากกว่ากรวยกระดาษซะอีก
คือกดน้ำดื่มจนอิ่ม ก็ยังไม่เปื่อยสักนิดเลยค่ะ
ตู้ขายน้ำอัตโนมัติ
ราคาจะแพงกว่าบ้านเราเหมือนกัน
9. ดอกไม้ประจำเกาหลีชื่อว่า มูกุงฮวา
หรือเรียกว่า โรส ออฟ ชารอน
หน้าตาจะคล้ายดอกชบาบ้านเราค่ะ มีหลายสีมาก ๆ
จะปลูกเต็มไปหมดเลย สีสวยสดมาก ๆ
หน้าตาแบบนี้แหละ
สีสดสวยดี และมีหลายสี หุหุ
10. ห้องน้ำที่เกาหลีจะคล้าย ๆ ที่ญี่ปุ่น
จะมีปุ่มกดประเภท ฉีดน้ำ ฉีดน้ำหอม เป่าลม อะไรประมาณนี้
แต่ที่สำคัญ ถ้ากดปุ่มพวกนี้แล้วไม่ยอมกดปุ่มหยุด
มันก็จะทำไปเรื่อย ๆ อีกนะ
อีกอย่าง ตรงฝาที่นั่งจะมีพลาสติกคลุมไว้
และจะมีปุ่ม ถ้ากดแล้วมันจะเปลี่ยนที่ครอบอันใหม่ไว้
ถือว่าสะอาดใช้ได้
10. สำหรับผู้หญิง เครื่องสำอาง Etude ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ราคาเครื่องสำอางที่เกาหลีจะถูกกว่าที่เมืองไทยประมาณ 3 เท่า
คือเอาราคาไทยหารด้วย 3 ก็จะได้ราคาที่เกาหลีโดยประมาณ
มีโอกาส จงไปซื้อซะ!!!
ร้าน Etude Shop แหล่งรวมคนไทย
แม่บอกว่าไกด์ที่ไป จ่ายเงินไปเกือบล้านวอน!!!
คือมีคนฝากซื้อด้วยว่างั้นเถอะ...(แต่ก็หลายหมื่นบาทเลย)
เมียงดงตอนกลางคืน
11. ที่เมียงดง ถ้าสักประมาณ 2-3 ทุ่ม ร้านใหญ่ ๆ จะปิดหมดแล้ว
ที่เหลือก็จะเป็นร้านริมข้างทาง ขายของทานเล่นไป
ตอนแม่ไปไม่ได้เดินกลางวัน เลยไม่มีรูปค่ะ
(แอบเสียดายเหมือนกัน อดกินพิซซ่ามิซาราง...จุนซู!!!)
ร้านริมข้างทาง จะเป็นผ้าพลาสติกคลุมไว้ค่ะ
ตั้งร้านได้ไวมาก ๆ แบบว่าเดินไปแป๊บเดียว กลับมาก็ตั้งเสร็จละ
ตัวอย่างของในร้าน
ดู ๆ ไปก็น่ากินแฮะ
12. จะมีร้านไอศกรีมตรงร้านริมทางอยู่ร้านหนึ่ง แนะนำว่าให้ไปกินให้ได้
จุดเด่นของเขาคือ ซอฟท์ครีมแบบที่ญี่ปุ่นนั่นแหละค่ะ
เพียงแต่ว่าตัวไอศกรีมที่บีบใส่กรวยนั้นจะมีขนาดสูงประมาณหนึ่งไม้บรรทัด!!!
รู้สึกจะไม่หกด้วยสิ
จุดเด่นของเจ้าของร้านคือจะใส่ชุดเบสบอลอย่างนี้แหละ
ที่สำคัญ...เขาพูดภาษาไทยได้ด้วยนะ!!!
ได้พอรู้เรื่องน่ะ (แอบอึ้งมาก)
13. อีกร้านที่แนะนำคือร้าน Krispy&Kream (เขาเขียนอย่างนี้แหละ)
เป็นร้านโดนัท คล้าย ๆ ร้านพวกมิสเตอร์โดนัทหรือดันกิ้นโดนัท
แต่ว่า...อร่อยกว่ามาก ๆ!!!
ยังไงก็ต้องไปกินค่ะ
รูปหน้าร้าน
แอบเล็งไว้ ได้ไปแล้วจะไปกิน....ชิชิ
14. พวกเครื่องประดับที่เกาหลีจะสวยกว่าของเมืองไทย (ในความรู้สึกเรา)
ราคาก็ไม่ได้แพงมาก น่าซื้อไว้ใส่
ส่วนพวกเสื้อผ้า กระเป๋า ถ้าเป็นร้านข้างทางก็จะคล้าย ๆ ของเมืองไทย
แต่ถ้าอยากให้เป็นแบบแปลก ๆ หรือสวย ๆ ก็ต้องเข้าห้าง
แต่ราคา...ก็แพงมหาศาลอยู่ดี
15. สำหรับคนชอบเหล้าเบียร์ คงจะอยากลองโซจู (เหล้ากลั่น)
แต่ให้ระวังไว้ เพราะดีกรีแรงกว่าเหล้าเมืองไทยมาก
เอาเป็นว่ากินแล้วเมาแอ๋เลย~
ต้องระวังให้ดี ๆ (เพราะเกิดเรื่องมาแล้ว)
16. ที่เกาหลี นักร้องที่ดังที่สุดคือ เรน นั่นเอง (หุหุ)
ส่วนนักร้องกลุ่มตอนนี้ก็คือ Super Junior
(สงสัยดงบังหนีไปญีปุ่นนานเกิน แฟน ๆ ทิ้ง=[]=!!!)
.
แฮ่ก ๆ...นั่งทบทวนอีกรอบ เขียนออกมาได้แค่นี้เอง
รู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านี้นะ!!!
แต่นึกไม่ออก...........
เอาเป็นว่า ต่อจากนี้ให้ไปผจญภัยเอาเองแล้วกัน เหอ ๆ
.
ถ้าผิดพลาดตรงไหนแจ้งไว้หน่อยก็ดีนะคะ
จะได้แก้ได้
เพราะคนเขียนบล็อกไม่ได้ไปเอง เป็นประสบการณ์จากแม่เล่ามาค่ะ
.
ช่วงนี้อารมณ์แปรปรวนชอบกลแฮะ รู้สึกแปลก ๆ
คนเข้าบล็อกก็ระวังเจ้าของบล็อกไว้หน่อยแล้วกัน
เดี๋ยวเผลอทำอะไรไป (หมายความว่าไง??)
edit @ 9 May 2008 20:32:33 by [~한천사~] : 「奇跡はある」って














